miss call สายสุดท้ายในชีวิต
posted on 06 Feb 2008 16:29 by befresh in story-love
ก่อนอื่นต้องขออภัยสำหรับเจ้าของต้นเรื่อง
มันอาจตอกย้ำความเจ็บปวดกับคุณในเรื่องนี้
แต่เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ควรเผยแพร่เพื่อตอกย้ำคนที่ได้ชื่อว่าลูกทุกคน
ให้หันกลับมาดูคนที่ส่งเสียคุณเลี้ยงดูคุณมาด้วยความเหนื่อยยาก
วันนี้เราหันไปเหลียวท่านบ้างหรือเปล่า
ก่อนจะไม่มีโอกาสดูแล เมื่อท่านจากเราไปแล้ว
การจัดงานใหญ่โตมันไม่มีประโยชน์อะไร เวลาท่านอยู่ทำไมไม่ทำ?
ความรู้สึกของน้องคนหนึ่งที่บรรยายออกมาจากใจ
ในขณะที่.... ผมก็เป็นเช่นเด็กวัยรุ่นทั่วๆไป
เรียน เที่ยว นอน กิน ดึกๆ ผมก็โทรคุยกับแฟนของผม
ซึ่งทั้งหมดเหล่านี้มันก็เป็นกิจวัตรประจำวันของผม
และผมก็เชื่อว่าใครๆ เค้าก็ทำแบบนี้กัน
'จ้า ตัวเอง วันนี้กินข้าวรื้อยาง'
'กินกับอะไรบ้าง แล้วตอนกินตัวเองคิดถึงเค้ามั้ยเนี่ย'
'รู้มั้ยตัวเอง ถ้าเค้าเป็นผีเนี่ย เค้าอยากเป็นกระสือ ที่รักจะได้เห็นใจไง'
'ตัวเองวางก่อนดิ ก่อนดิ'
ประโยคต่างๆ ที่ผมได้คิดและคัดสรร เตรียมพร้อมมาต่างๆ ก่อนโทร
ผมยังคงใช้เวลาส่วนใหญ่ตอนดึกไปกับการคุยโทรศัพท์
ระยะเวลาอันผมได้ใช้ไปในแต่ละครั้งนั้น
พอรู้สึกอีกทีก็ผ่านไปหลายชั่วโมงแล้ว
แต่ผมก็ไม่ชอบนะ หากใครจะมาว่าผมไร้สาระ ก็ไม่เห็นหรอคนส่วนใหญ่เค้าก็ทำกัน
'เอ้อ เกือบลืมไปอีกอย่าง กิจวัตรอีกอย่างนึงของผมก็คือ
แม่ของผมมักชอบโทรหาผมทุกวัน'
'ตอนนี้ลูกอยู่หอรึยัง'
'เย็นนี้กินข้าวอิ่มมั้ย'
'วันนี้เรียนเป็นยังไงบ้าง'
'อย่าไปเที่ยวที่ไหนไกลนะ' โธ่!คำถามเดิมๆ
ผมก็ตอบไปแบบเดิมๆ
แม่ผมก็ไม่เบื่อซักที ยังคงโทรหาผมเป็นประจำ โชคดีที่ผมพยายามตัดบทคุย
ผมกับแม่น่ะคุยกันไม่กี่นาทีก็วางแล้ว ก็มันไม่มีอะไรจะคุยจะให้ผมทำยังไง'
จนกระทั่งวันนั้น
'ตัวเองตอบเค้าได้รึยังว่ารักเค้ามั้ย'
'เร็วๆสิ เค้ายังอุฒส่าห์บอกรักตัวเองไปแล้วนะ'
'แล้วยังจะใจร้ายไม่บอกรักเค้าอีกหรอ'
ติ๊ดๆ ติ๊ดๆ เสียงจากโทรศัพท์บอกผมว่ามีสายซ้อน
ผมมองไปที่หน้าจอมันขึ้นชื่อว่า 'Home'
'โธ่ แม่โทรมาทำไมตอนนี้เนี่ย กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มเลย'
ผมไม่สลับสายผม ผมยังคงคุยกับสุดที่รักของผมต่อไป
เพราะผมรู้ว่าสิ่งที่แม่จะคุยกับผมก็คงเป็นประโยคเดิมๆ
'และนั่นก็เป็นโอกาสสุดท้าย ที่ผมจะมีโอกาสฟังเสียงของแม่'
หลังจากนั้นไม่นานทางญาติของผมโทรมาแจ้งผมว่า
เมื่อคืนนี้บ้านของผมถูกขโมยเข้า
และแม่ของผมขัดขืนและได้ต่อสู้กับโจร จึงถูกโจรใช้มีดแทงเข้าที่ท้อง
แม่เสียชีวิตเพราะทนพิษบาดแผลไม่ไหว
ญาติของผมเล่าอีกว่า
ตอนไปพบศพแม่นั้น ในมือของแม่กำโทรศัพท์ไว้แน่น
และเบอร์โทรออกล่าสุดของเธอไม่ใช่โทรแจ้งตำรวจหรือเรียกรถพยาบาล
แต่แม่เลือกที่จะโทรหา 'ผม'
สิ่งสุดท้ายในชีวิตที่แม่ผมเลือกที่จะทำคือ โทรศัพท์หาผมเพื่อฟังเสียงของผม
วินาทีนั้นน้ำตาของผมไหลอาบแก้ม
ผมพูดอะไรไม่ออก มือและตัวของผมสั่น
วันนั้นผมเลือกที่จะคุยกับแฟนผม
ดีกว่าที่จะคุยกับแม่ของผม
ผู้หญิงคนเดียวในโลกที่คุยกับผมเป็นคนแรกในชีวิต
ผู้หญิงคนเดียวที่ผมสามารถที่จะคุยกับเธอได้ทุกเวลา
โดยที่ผมไม่ต้องเตรียมบทพูดใดๆ
ไม่ต้องกังวลว่าเธอจะประทับใจหรือไม่
ไม่ต้องมีมุข ไม่ต้องมีคำหวานใดๆ
คนเดียวในโลกที่โทรมาหาผมเพียงแค่ฟังผมพูดประโยคเดิมๆ
คนเดียวในโลกที่ไม่ว่าโทรศัพท์เธอจะโปรโมชั่นแพงแค่ไหนก็ยังโทรหาผม
'และคนเดียวในโลกที่เลือกคุยกับผมในวินาทีสุดท้ายในชีวิต'
ในบางครั้งประโยคที่ว่า 'ไม่มีคำว่าสาย หากเราคิดที่จะแก้ตัว'
มันก็ไม่เป็นความจริง
'เพราะบางปรากฏการณ์ในโลก เกิดขึ้นได้แค่ครั้งเดียว'
อาจเป็นเพราะเวรกรรมของผม
หลังจากนั้นไม่นานแฟนผมที่ผมใช้เวลาคุยกับเธอวันหลายๆ ชั่วโมง คุยกับเธอก็ทิ้งผมไป
วันนี้ผมเริ่มเข้าใจชีวิตมากขึ้น
หลายๆ อย่างที่คนส่วนใหญ่ทำ มิได้หมายถึงสิ่งที่ถูกต้องเสมอไป
เพราะตัวเราเท่านั้นที่เป็นผู้ต้องรับผลการกระทำของเราเอง
'เราจะรู้ว่าสิ่งใดสำคัญ ก็ต่อเมื่อเราต้องเสียมันไป'
ทุกวันนี้ผมนั่งมองโทรศัพท์
รอที่จะตอบคำถามเดิมๆ ให้ผู้หญิงคนหนึ่งฟัง
แต่ผู้หญิงคนนั้นคงไม่มีอีกแล้ว
คิดว่าหลายๆคนคงได้อ่านแล้วนะคะ
ไม่ทราบเหมือนกันว่าเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า
แต่อ่านแล้วสะเทือนใจมากๆ น้ำตาเอ่อๆที่เบ้าตาทำให้มองภาพที่อยู่ตรงหน้าแทบไม่เห็น
เรามักให้ความสำคัญกับคนแฟน เพื่อน คนรอบข้างเป็นหลัก
อยากคุย อยากอยู่ใกล้
จนบางครั้งมองข้ามความรักที่แท้จริง....
วันนี้ใครอยู่ห่างจากคุณพ่อ คุณแม่ และท่านยังมีชีวิตอยู่ อย่าลืมโทรกลับไปหาท่านนะคะ
สำหรับพ่อแม่ ไม่มีเพลงใดไพเราะ เท่าเสียงของลูกอีกแล้ว
อย่าให้สายเกินไป และไม่มีโอกาศ
เมื่อถึงเวลาน้น ต่อให้เราให้ความสำคัญกับท่านมากเพียงใด
ท่านก็มิอาจรับรู้ได้แล้ว
และคนที่เสียใจที่สุดจะเป็นตัวเราเอง เสียใจไปตลอดชีวิต
พ่อ แม่ คือความรักที่ยิ่งใหญ่ที่สุดนะคะ
อ่าน กลับบ้านเรารักรออยู่-ความสุขยิ่งใหญ่ที่มองข้าม
ป่านนี้จะเป็นอย่างไร
จากมาไกลแสนนาน
คิดถึงคิดถึงบ้าน
จากมาตั้งนานเมื่อไรจะได้กลับ
แม่จ๋าแม่รู้บ้างไหม
ว่าดวงใจดวงนี้เป็นห่วง
จากลูกน้อยที่แม่ห่วงหวง
อยู่เมืองหลวงศิวิไลซ์ไกลบ้านเรา
คิดถึงแม่ขึ้นมาน้ำตามันก็ไหล
อยากกลับไปซบลงที่ตรงตักแม่
ในออ้มกอดรักจริงที่เทียมแท้
ในอกแม่สุขเกินใคร
อีกไม่นานลูกจะกลับไป
หอบดวงใจเจ็บช้ำเกินทน
เก็บเรื่องราววุ่นวายสับสน
ใจที่วกวนของคนในเมืองกรุง
(ดนตรี)
คิดถึงแม่ขึ้นมาน้ำตามันก็ไหล
อยากกลับไปซบลงที่ตรงตักแม่
ในออ้มกอดรักจริงที่เทียมแท้
ในอกแม่สุขเกินใคร
อีกไม่นานลูกจะกลับไป
หอบดวงใจเจ็บช้ำเกินทน
เก็บเรื่องราววุ่นวายสับสน
กลับบางคนที่ใจไม่แน่นอน
ลืมเรื่องบางคนไปซบลงที่ตรงตักแม่

... พูดถึงก็อยากเรียนจิตวิทยาเด็กเพิ่มเติม ... เพราะที่บ้านเพิ่งมีลูกพี่ลูกน้องตัวน้อยที่อายุห่างกันตั้ง 22 ปี ...
#1 By ohnaejung (202.95.76.158) on 2008-02-06 16:57